จะใส่ฟันอย่างไรดี
ฟันปลอมที่จะเลือกใส่ มีอยู่ 2 ลักษณะ คือ ฟันปลอมชนิดถอดได้ และฟันปลอมชนิดติดแน่น
ฟันปลอมชนิดถอดได้ มีส่วนของตัวฟัน ที่ทำด้วยพลาสติก มีลักษณะเหมือนฟันธรรมชาติ มีฐานเป็นพลาสติก หรือโลหะ ซึ่งจะวางบนสันเหงือก หรือเพดานปาก สามารถเลือกใส่กับฟันปลอมบางซี่ หรือทั้งปากก็ได้
ส่วนฟันปลอมชนิดติดแน่น ตัวฟันทำด้วยพลาสติก หรือพอร์ซเลน แต่ปัจจุบันแบบพลาสติกจะมีลดน้อยลงไป เพราะความคงทนจะสู้พอร์ซเลนไม่ได้ การใส่ฟันปลอมแบบติดแน่นมีข้อจำกัดหลายอย่าง กล่าวคือ ต้องพิจาณาฟันซี่ที่อยู่ข้างเคียง และอวัยวะปริทันต์ที่อยู่รอบๆ ว่า อยู่ในสภาพที่ดีพอเพียง ต่อการใส่ฟันปลอมติดแน่นได้หรือไม่ เพราะฟันข้างเคียงจะทำหน้าที่ เสมือนหลักยึดให้ฟันปลอมที่ใส่ติดแน่น อยู่กับที่ ฟันปลอมชนิดนี้ ไม่ต้องมีฐานวางบนเหงือก แต่มีข้อเสียที่ ไม่สามารถใส่ฟันทั้งปากได้ ซึ่งหมอฟันจะช่วยให้คำแนะนำ เพื่อประกอบการตัดสินใจ ในการเลือกใส่ฟันปลอมที่เหมาะสม ในแต่ละคน
การใส่ฟันปลอมแบบถอดได้ จะมีข้อดีกว่าในเรื่อง ที่มีราคาถูก และขั้นตอนการทำไม่ยุ่งยาก ส่วนใหญ่ไม่ต้องกรอแต่งเนื้อฟันข้างเคียงที่จะใส่ แต่มีข้อเสียที่ มีฐาน หรือตะขอ เพื่อช่วยยึดฟันปลอมไว้ในปาก ซึ่งมักจะก่อให้เกิดความรำคาญ หรือไม่สวยงามขึ้น
ส่วนการใส่ฟันแบบติดแน่น มีขั้นตอนที่ยุ่งยากกว่า ต้องไปพบหมอฟันหลายครั้ง เพราะต้องกรอแต่งฟันข้างเคียง เพื่อครอบฟันใหม่ และใช้เป็นหลักสำหรับยึดฟันปลอมซี่ที่จะใส่ ฟันชนิดนี้มีข้อดีที่ใส่เฉพาะซี่ จึงไม่ก่อให้เกิดความรำคาญ แต่มีข้อเสียที่ราคาสูงกว่าฟันปลอมชนิดถอดได้ หลายเท่า การเลือกใส่ฟันปลอม จึงขึ้นกับความพร้อมของผู้ใส่ด้วยว่า จะเลือกแบบไหนดี
การดูแลฟันปลอมแบบถอดได้
การใส่ฟันปลอม ต้องเอาใจใส่ดูแลความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ เพราะฟันปลอมเป็นต้นเหตุหนึ่ง ที่ทำให้มีเศษอาหารตกค้างได้มาก การดูแลฟันปลอมชนิดถอดได้ ควรถอดฟันปลอมทำความสะอาดทุกครั้ง หลังการรับประทานอาหาร โดยใช้แปรงสีฟันแปรงที่ฟันปลอม ให้ทั่วทุกซี่ฟัน และฐานของฟันปลอม จะใช้แปรงร่วมกับยาสีฟัน หรือสบู่ก็ได้ แล้วล้างน้ำให้สะอาด แล้วให้แช่น้ำเปล่าไว้
การใส่ฟันปลอมชนิดถอดได้ ไม่ควรใส่ไว้ตลอดเวลา ควรถอดทำความสะอาด และแช่น้ำไว้เมื่อเวลานอน เพื่อลดแรงกดทับของฐานฟันปลอม ต่อเนื้อเยื่อ และเยื่อเมือกของช่องปาก หากใส่ฟันปลอมุอดได้ตลอดเวลา ผลเสียที่จะเกิดขึ้น คือ ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อเนื้อเยื่อในช่องปาก มีผลให้เกิดการอักเสบ หรือบางครั้ง ถ้ามีการระคายเคืองมาก อาจส่งผลให้เกิดเป็นก้อนเนื้องอก ชนิดไม่ร้ายแรงขึ้น ที่บริเวณขอบ หรือใต้ฐานฟันปลอม ซึ่งมักพบได้บ่อย กับฟันปลอมชนิดถอดได้ทั้งปาก นอกจากนี้ การใส่ฟันปลอมชนิดถอดได้ตลอดเวลา มักจะเป็นสาเหตุหนึ่ง ที่ทำให้เกิดกลิ่นปากได้
การดูแลฟันปลอมแบบติดแน่น
ฟันปลอมแบบติดแน่น ได้ชื่อว่าเป็นที่ใส่สบายที่สุด เพราะไม่ต้องถอดมาทำความสะอาด การดูแลก็เหมือนกับ การดูแลฟันจริงในช่องปากของเราเอง โดยการทำความสะอาดด้วยการแปรงฟัน ให้ทั่วถึง และการใช้เส้นไหมขัดฟัน
แต่จะมีความแตกต่างออกไป สำหรับคนที่ใส่ฟันติดแน่น แบบที่มีหลายๆ ซี่ติดกัน เพราะช่วงที่ติดกันนี้ ไม่สามารถใช้ไหมขัดฟัน แทรกผ่านซี่ฟันเข้าไปตรงๆ ได้ ทำให้มีเครื่องทำความสะอาดเฉพาะขึ้นมา เพื่อสอดแทรกเข้าไปข้างใต้ของฟันครอบ เพื่อทำความสะอาดบริเวณฐาน ของฟันครอบนั้นๆ เพราะบริเวณนั้นก็จะเป็นที่สะสมของคราบอาหาร ได้เช่นกัน
นอกจากนั้น ก็ควรไปพบทันตแพทย์ เพื่อตรวจดูฟันปลอมติดแน่น อย่างสม่ำเสมอ เพื่อดูความเรียบร้อย ของฟันที่ใส่ และของฟันจริงที่ครอบด้วย ว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นต่อหรือไม่
ใส่ฟันแล้ว ต้องไปพบหมอฟันอีกไหม
การใส่ฟัน ไม่ว่าจะเป็นชนิดถอดได้ หรือชนิดติดแน่น ควรไปพบหมอฟัน เพื่อรับการตรวจเป็นระยะ โดยเฉพาะฟันปลอมชนิดถอดได้ เมื่อใส่ฟันไประยะเวลาหนึ่ง สันเหงือกมักยุบตัวลง ทำให้ฐานฟันปลอมที่ใส่ ไม่พอดีกับสันเหงือก และการสบของฟันปลอมกับคู่สบ ก็จะคลาดเคลื่อนจากที่ทำไว้ มีผลให้การเคี้ยวอาหารได้ไม่ดีนัก ส่วนฟันปลอมชนิดติดแน่น มักจะมีปัญหาเรื่องการสบกระแทก ซึ่งต้องคอยตรวจเป็นระยะเช่นกัน เพราะถ้าเกิดการสบกระแทก ก็จะมีผลให้ฟันปลอมชำรุด หรือฟันที่ครอบยึดโยก
การตรวจหลังการใส่ฟันปลอมเป็นระยะๆ จึงเป็นการดีที่จะทำให้ทราบข้อบกพร่อง และสามารถแก้ไขได้แต่เนิ่นๆ ก่อนที่จะเกิดผลเสียต่อเนื้อเยื่อ เหงือก ฟัน หรือการแตกร้าวของฟันปลอมได้